จังหวัดตรัง ประกอบด้วยขนบธรรมเนียมแบบแผน พิธีกรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ กระทั่งปัจจุบัน คือ



จ ตรัง
จังหวัดตรัง มีอยู่ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การตั้งกฎเกณฑ์ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน คือ
ธุรกิจวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ของดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ประกวด แข่งขัน และออกร้านค้าในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการทำพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล ทางวิ่งการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในกลางคืนมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะกราบไหว้ เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีบรรพบุรุษที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง ลูกจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินของกินเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความตรงข้ามกันของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญการฝังศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนตกเป็นประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
ประเด็นสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น ยกเว้นจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จงไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งเมือง
งานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ มณฑลถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาหาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
ตรัง
จังหวัดตรัง มีอยู่ขนบธรรมเนียมเยี่ยงอย่าง ธรรมเนียมปฏิบัติ และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่แบบปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ตราบเท่าปัจจุบัน คือ
การวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ข้าวของเครื่องใช้ดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ต่อสู้ แข่งขัน และออกร้านกำจัดในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นพิเศษพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการทำพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล เส้นการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในกลางคืนมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะเทิด เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีรากเหง้าที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง สายโลหิตจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินภักษาเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความเหลื่อมล้ำของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญพิธีศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนเปลี่ยนเป็นประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
คดีสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น เว้นแต่ว่าจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จำต้องไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งเมือง
งานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ มณฑลถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก ลงมาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
ตรัง
จังหวัดตรัง ประกอบด้วยขนบธรรมเนียมขนบประเพณี ประเพณีนิยม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การตั้งกฎเกณฑ์ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ตราบเท่าปัจจุบัน คือ
งานพิธีวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ของดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ประกวดประขัน แข่งขัน และออกร้านออกตัวในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล หลักการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะสังเวย เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีปู่ย่าตายายที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง ลูกจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินกระยาหารเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความห่างไกลของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญการฝังศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลายเป็นประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
ใจความสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น เว้นแต่ว่าจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จำต้องไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งเมือง
งานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ เขตแดนถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาหาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
จังหวัดตรัง กอบด้วยขนบธรรมเนียมขนบประเพณี ธรรมเนียมปฏิบัติ และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การตั้งกฎเกณฑ์ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ถึงที่สุดปัจจุบัน คือ
ผลงานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ข้าวของเครื่องใช้ดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ชิงชัย แข่งขัน และออกร้านแลกเปลี่ยนในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล เส้นการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในกลางคืนมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะเทิดทูน เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีบรรพบุรุษที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง เชื้อไขจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินของกินเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความเหลื่อมล้ำของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญงานศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนเปลี่ยนแปลงประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
ใจความสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น เว้นเสียแต่จะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จำต้องไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งจังหวัด
งานงานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ อาณาจักรถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาริเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
ตรัง | trang | เที่ยวตรัง | ท่องเที่ยวตรัง | ทะเลตรัง | จ ตรัง | จังหวัดตรัง | ถ้ำเล | ถ้ำเลเขากอบ | ถ้ำมรกต | เกาะรอก | เกาะมุก | เกาะเหลาเหลียง | เกาะกระดาน | เกาะเชือก | เกาะม้า | สิเกา | ย่านตาขาว | ห้วยยอด | วังวิเศษ | นาโยง | กันตัง | ปะเหลียน | รัษฎา | หาดสำราญ
ท่องเที่ยวตรัง
ที่ ท่องเที่ยวตรัง มีอยู่ขนบธรรมเนียมแบบอย่าง วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การตั้งกฎเกณฑ์ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ กระทั่งปัจจุบัน คือ
งานพิธีวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ข้าวของเครื่องใช้ดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง แข่ง แข่งขัน และออกร้านขายในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล ย่านการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะกราบไหว้ เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีต้นตระกูลที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง บุตรหลานจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินอาหารเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความเหลื่อมล้ำของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญงานศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลับกลายประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
ข้อสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น นอกจากจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จงไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งบุรี
งานงานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ สถานที่ถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
เที่ยวตรัง
จังหวัดตรัง มีขนบธรรมเนียมขนบธรรมเนียม ธรรมเนียม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ตราบใดปัจจุบัน คือ
งานพิธีวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี ของใช้ดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ประชัน แข่งขัน และออกร้านซื้อขายในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการทำพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล ย่านการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในกลางคืนมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะปฏิบัติบูชา เป็นต้น
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีปู่ย่าตายายที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน ” รับเปรต” หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง สายโลหิตจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ” ชิงเปรต” เชื่อกันว่าใครได้กินโภชนาเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความตรงข้ามกันของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญการฝังศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลับกลายประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
หัวข้อสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น เว้นเสียแต่จะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จำเป็นไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งธานี
งานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ ที่ถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี
เที่ยวตรัง